
ประวัติ
ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2518 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
หน่วยคอมพิวเตอร์ไชแอนท์
การจัดตั้ง และวัตถุประสงค์การจัดตั้ง

เมื่อราวปี พ.ศ. 2512 ศ.ดร.แถบ นีละนิธิคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยในขณะนั้น ได้เสนอโครงการจัดตั้ง“หน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์” (Computer Science)ขึ้นในบัณฑิตวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์และภารกิจดังนี้:
1. เพื่ออบรมอาจารย์และข้าราชการของมหาวิทยาลัยในการนำคอมพิวเตอร์ไปใช้กับงานด้านต่างๆอันจะช่วยให้การสอนและการวิจัยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
2. เพื่อสร้างโปรแกรมโดยใช้ระบบ Time sharing (คือการใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวแต่รองรับงานจากผู้ใช้หลายๆแห่งได้โดยไม่ต้องเข้ามาใช้เครื่องด้วยตนเอง)ซึ่งจะช่วยให้มหาวิทยาลัยต่างๆได้มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์ผ่านเครื่องเทอร์มินัลแทนการติดตั้งเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย (อนึ่งคอมพิวเตอร์ในขณะนั้นคือแบบเมนเฟรม)

3. เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาระบบการใช้งานภาษาไทยที่ติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยใช้เครื่องโทรพิมพ์ (Teletype)
4. ออกแบบสร้าง General Database
5. มีส่วนร่วมในการออกแบบภาษาไทยบนเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าแบบหัวลูกกอล์ฟ (Golf ball) ของไอบีเอ็ม
6. จัดสร้างระบบ Roman Thai Charactersเพื่อให้ทหารอเมริกันสามารถอ่านออกเสียงชื่อถนน ตำบล อำเภอ จังหวัดบนแผนที่หรือป้ายชื่อได้
7. เพื่อเปิดสอนวิชาทางด้านคอมพิวเตอร์ในคณะต่างๆทั้งในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตวิทยาลัย
8. เพื่อช่วยงานวิจัยด้านการป้องกันประเทศและให้การอบรมแก่นายทหารเกี่ยวกับความรู้ในด้านคอมพิวเตอร์
9. เพื่อแลกเปลี่ยนวิชาการทั้งทางภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านคอมพิวเตอร์ระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆตลอดจนหน่วยราชการและองค์กรในภาคเอกชน
10. เพื่อจัดอบรมวิชาการด้านคอมพิวเตอร์ในระดับทั่วไป
การเริ่มดำเนินงาน และผู้ดำเนินงานยุคบุกเบิก

หน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์ บัณฑิตวิทยาลัย เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2512 โดยใช้สถานที่ทำการ คือ อาคารวิศวกรรมไฟฟ้า ชั้น 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งนี้ คณาจารย์ผู้เริ่มดำเนินงานหน่วยนี้ในระยะเริ่มต้น มี 10 – 15 คน อาทิเช่น
- ศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล ผดุงชีวิต
- อาจารย์ (ต่อมาเป็นรองศาสตราจารย์) สมชาย ทยานยง
- อาจารย์รจิต วัฒนสินธุ์ อาจารย์ปกรณ์ อดุลพันธ์
- อาจารย์ นพ.ชัยเวศ นุชประยูร
นอกจากนี้ ยังมีอาจารย์จากต่างประเทศอีกหลายท่าน ซึ่งเป็นทั้งผู้บรรยายพิเศษ ที่ปรึกษาด้าน การต่างประเทศ ที่ปรึกษาด้านการศึกษา และที่ปรึกษาด้านการวิจัย (ประมาณ 7-8 คน) อนึ่ง ในช่วงเวลานั้น มูลนิธิฟุลไบรท์ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีโดยมักจัดส่งศาสตราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสัมมนา หรือจัดการประชุมทางวิชาการที่หน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์จัดขึ้น นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร ซึ่งเป็นผู้นำคอมพิวเตอร์ไอบีเอ็ม 1800 มาติดตั้ง ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็มักส่งผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศมาช่วยสอนและอบรม นิสิตให้ ด้วย ในระยะแรก อีกทั้งยังได้ขอให้บริษัท System Development Computer มาดำเนินการ สร้างระบบ Time Sharing และโครงการภาษาไทยให้อีกด้วย
คอมพิวเตอร์ที่ใช้
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์ใช้ดำเนินงานอยู่ในขณะนั้นมี 2 ระบบ คือ
1. คอมพิวเตอร์ไอบีเอ็ม 1800I
ซึ่งศูนย์วิจัยและพัฒนาทหารนำมาติดตั้งไว้ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันคอมพิวเตอร์เครื่องแรกนี้มีหน่วยความจำขนาด 32 K word (16 KB)มีจานแม่เหล็ก 2 x 2 MB หน้าปัด (console) เป็น Teletypeแบบกอล์ฟบอล (Golf ball) นอกจากนั้น ไอบีเอ็ม 1800Iยังประกอบด้วยเครื่องพิมพ์ความเร็ว 1,200 LPM (บรรทัดต่อนาที –Line Per Minute) เครื่องอ่านบัตรความเร็ว 600 CPM (บัตรต่อนาที –Card Per Minute) และเครื่องเจาะบัตรความเร็ว 200 CPM
2. คอมพิวเตอร์ไอบีเอ็ม 1620I
คอมพิวเตอร์ไอบีเอ็ม 1620IIซึ่งบริษัทไอบีเอ็ม(ประเทศไทย)จำกัดมอบให้หน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์เพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านการศึกษา มีหน่วยความจำขนาด 20 Kเครื่องแบบ Shrinko 6 เครื่อง เครื่องพิมพ์ความเร็ว 600 LPMเครื่องอ่านบัตรความเร็ว 600 CPM และเครื่องเจาะบัตรความเร็ว 200CPM
นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์อื่นๆอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องใช้ร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเช่าจากบริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัดและก็มีบางชิ้นที่ ได้รับมอบจากบริษัท คอนโทรลดาต้า จำกัด


การจัดการเรียนการสอน
หน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์ได้จัดสอนวิชาด้านคอมพิวเตอร์ให้แก่นิสิตปริญญาตรีในคณะต่างๆ เป็นต้นว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้เปิด หลักสูตรการศึกษาชั้นประกาศนียบัตรทางด้านคอมพิวเตอร์ไซแอนส์ (ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ให้การรับรอง) ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 ซึ่งมีผู้สนใจเข้า เรียนจนจบ และได้รับประกาศนียบัตรไปเป็นจำนวนมาก
ต่อมาเนื่องจากหน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์อยู่ในสังกัดของบัณฑิตวิทยาลัย จึงได้เปิด หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ศาสตร์ (วท.ม.) ขึ้นในปี พ.ศ. 2514 โดยรับนิสิตปริญญาโทจากผู้สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรีในสาขา วิชาต่างๆ เกือบทุกสาขาวิชา และยังพิจารณาที่จะช่วยเหลือการศึกษาด้านนี้ แก่มหาวิทยาลัยอื่นๆ

การบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลญี่ปุ่น
การดำเนินงานของหน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์ได้รุดหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งและในเวลาต่อมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขอให้ศาสตราจารย์บุญชนะอัตถากรในฐานะกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ(ปัจจุบัน คือ กระทรวงพาณิชย์) ในขณะนั้นดำเนินการติดต่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มอบหมายให้บริษัทนิปปอนอิเล็กทรอนิกส์ให้ความช่วยเหลือโดยบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์ NEAC 2200/200ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลางให้แก่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ทั้งนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าว ได้มาติดตั้งแล้วเสร็จที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2514 โดยมีจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นผู้ทำพิธีเปิด
ระบบคอมพิวเตอร์ใหม่นี้ มีขนาดหน่วยความจำ 32 K มีหน่วยอ่านบัตรด้วย ความเร็ว 1,200 บัตรต่อนาที หน่วยเจาะบัตรความเร็ว 200 บัตรต่อนาที และเครื่องพิมพ์ 600 บรรทัดต่อนาที มีตู้แถบบันทึก (เทป) 4 ตู้ ความเร็ว 20 กิโลไบต์ต่อวินาที (KBPS) และผู้ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือจนโครงการสำเร็จ เรียนร้อย ก็คือ Dr.Kenji Kobayashi ประธานกรรมการบริษัท เอ็นอีซี ซึ่งทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยากรณ์ชั้นประถมาภรณ์ มงกุฎไทยให้เป็นการแสดงความขอบคุณ
การก่อตั้ง
ราวเดือนกันยายน พ.ศ. 2515 ศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล ผดุงชีวิตหัวหน้าหน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์ในขณะนั้นได้ทำเรื่องเสนอขอจัดตั้งหน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์เป็นแผนกอิสระ (เทียบเท่าภาควิชาในปัจจุบัน) ซึ่งศาสตราจารย์อรุณ สรเทศน์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้นได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการวิชาการและคณะกรรมการพัฒนามหาวิทยาลัยโดยคณะกรรมการทั้งสองชุดเห็นควรให้เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณบดีซึ่งต่อมาที่ประชุมคณบดีได้มีมติให้จัดการดำเนินงานของหน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์ใหม่ดังนี้
1.ให้เปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีวิชาคอมพิวเตอร์ไซแอนส์ขึ้นในคณะวิศวกรรมศาสตร์โดยจัดทำในรูปของแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ไซแอนส์ซึ่งทางคณะ วิศวกรรมศาสตร์ไม่ขัดข้องโดยจะสนับสนุนให้ยกฐานะขึ้นเป็นภาควิชาหรือคณะต่อไปเมื่อมีความพร้อมมากกว่านี้
2.ให้ดำเนินการหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมเพื่อนำมาใช้แทนเครื่องNEAC 2200/200 ของญี่ปุ่นซึ่งจะครบสัญญาในปี พ.ศ. 2517 โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะให้การสนับสนุนทางด้านงบประมาณ
อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา ที่ประชุมคณบดีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนแปลงมติ เดิม ดังต่อไปนี้
1. ให้ยุบหน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์
2. ให้จัดตั้งภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ขึ้นในคณะวิศวกรรมศาสตร์เพื่อดำเนินการจัด การเรียนการสอนด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งนับเป็นภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์แห่งแรก ของประเทศไทย และเป็นภาควิชาที่ 9 ของคณะวิศวกรรมศาสตร์
3. ให้จัดตั้งศูนย์บริการคอมพิวเตอร์ ซึ่งต่อมาใช้ชื่อว่าสถาบันบริการคอมพิวเตอร์ ซึ่ง ทำงานขึ้นตรงกับอธิการบดีเพื่อให้บริการด้านการใช้คอมพิวเตอร์ทั้งในด้านการบริหาร และการเรียนการสอน และได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาอนุมัติเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2521

ด้วยเหตุนี้ ในที่สุด ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จึงได้รับการจัดตั้งขึ้น โดยได้รับอนุมัติ จัดตั้งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ซึ่งวันดังกล่าวถือเป็นวันก่อตั้งภาควิชาสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และสถาบันบริการคอมพิวเตอร์ มีที่ทำ การตั้งอยู่ ณ อาคารนีละนิธิ ซึ่งเป็นที่ทำการเดิมของหน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์นั่นเอง
อนึ่ง โดยผลจากการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้มีการสอบถามความสมัครใจ เพื่อโอนย้ายบุคลากรทั้งหมดจากหน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์มายังภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่เปิดขึ้นใหม่นี้แทนซึ่งคณาจารย์และบุคลากรทั้งหมด ได้ตกลงที่จะย้ายสังกัดตามมาด้วย และต่อมาทาง ภาควิชาก็ได้ รศ.ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าภาควิชาคนแรก และ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยคณบดีดูแลงานด้านคอมพิวเตอร์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ด้วย
บทส่งท้าย
เมื่อได้ก่อตั้งภาควิชาแล้วก็ได้เริ่มเปิดสอนระดับปริญญาตรีในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (คอมพิวเตอร์) ขึ้นเป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2518 โดยรับนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 1 ซึ่งกำลังจะขึ้นชั้นปี 2 มาศึกษาต่อในภาควิชาอีก 3 ปี โดนในระยะแรก สามารถรับนิสิตได้รุ่นละประมาณ 20 คน ต่อมาได้เพิ่มเป็น 40 คนในรุ่นที่ 8 (CP 8) ปีการศึกษา 2524 และ 100 คนในรุ่นที่ 22 (CP 22) ปีการศึกษา 2538 มาจนถึงปัจจุบัน โดยหลักสูตรนี้ จะเน้นเรียนทางด้านฮาร์ดแวร์ 40% และซอฟต์แวร์ (60%)
อย่างไรก็ดี เนื่องจากความต้องการของนิสิตที่จะเข้าเรียนมีมากกว่าที่ภาควิชา จะรับได้ดังนั้นนิสิตที่เลือกเรียนในภาควิชานี้ได้จะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงเป็นอันดับต้นของคณะ
ต่อมาในปีการศึกษา 2535ภาควิชาได้เริ่มเปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (คอมพิวเตอร์) ในระดับปริญญาโท โดยรับนิสิตที่สำเร็จหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต
(วศ.บ.) ในทุกสาขา เข้าศึกษาต่อ และเน้นที่การทำวิทยานิพนธ์เป็นหลัก และนอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2541 ภาควิชาก็ได้เริ่มเปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต (คอมพิวเตอร์) ในระดับปริญญาเอกอีกด้วย
สำหรับหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คอมพิวเตอร์) นั้น ภาควิชาได้รับโอนมาดำเนินการสอนต่อจากหน่วยคอมพิวเตอร์ไซแอนส์ที่ยุบไป โดยเปิดรับสมัครและมีการสอบเข้า ซึ่งหลักสูตรนี้ต่อมาได้เปิดสอนในภาคนอกเวลาราชการเพิ่มเติมขึ้นนอกเหนือจากภาคปกติด้วย และยิ่งไปกว่านั้น ในปีการศึกษา 2545 ทางภาควิชาได้เปิดหลักสูตร
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมซอฟต์แวร์) ขึ้น เพื่อรองรับความสนใจและขยายตัวทางด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ด้วย อนึ่งในส่วนหลักสูตรประกาศนียบัตรคอมพิวเตอร์ไซแอนส์นั้น ภาควิชาได้ปิดรับไปตั้งแต่มีการจัดตั้งเป็นภาควิชาในปี พ.ศ. 2518แต่ยังคงสอนนิสิตที่รับเข้ามาแล้วจนจบหลักสูตร